วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2557

เบื้องหลังก่อนแถลงข่าวเด็กวงโยฯ สตรีวิทยา 2 
“ความจริงย่อมเป็นสิ่งไม่ตาย” 

ในช่วงเย็นของวันที่ 2 เมษายน 2557 หลังจากรถบัส 2 คันเคลื่อนเข้ามาภายในรั้วโรงเรียนสตรีวิทยา 2 เพื่อส่งเยาวชนสมาชิก วง Max Percussion Theater คืนถิ่น สตรีวิทยา 2

นักเรียนแทบทุกคนที่ลงจากรถ ล้วนเดินเข้าสู่โรงยิมของโรงเรียนด้วยสีหน้าอิดโรย

เด็กสาวโรงเรียนสตรีวิทยา 2 รายหนึ่ง ซึ่งเป็นสมาชิกวงโยธวาทิตให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา   ถึงความรู้สึกต่อกระแสสังคม เมื่อมีคลิปเสียงการประชุมหารือ เรื่องการขอยืมเงินของวงเพื่อเดินทางไปแข่งขัน ถูกเผยแพร่ผ่านยูทูปว่า

“รู้สึกบั่นทอนที่สุด รู้สึกแย่มากกับกระแสข่าวที่ออกมา แล้วหนูเห็นข้อความที่โพสต์ด่าตามโซเชียลบอกว่า ถ้าไม่ไปลาออกจะถูกรุมกระทืบ แล้ว…พูดไม่ออกเลยค่ะ คือตอนนี้กระแสกดดันในโรงเรียนก็รุนแรงมาก”

เด็กสาวรายนี้ร้องไห้ ขณะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว เธอบอกว่าเธอรักและผูกพันกับวงนี้และรู้สึกกังวลต่อกระแสข่าวในโลกโซเชียลออนไลน์ เธอบอกว่าทุกวันนี้ คนเราสามารถเผยแพร่ข้อมูลอะไรได้ง่ายมาก โดยที่ยังไม่ทราบว่าข้อเท็จจริง หรือความจริงที่แท้คืออะไร

เธอกล่าวด้วยว่า ความจริงที่ชัดเจนที่สุดคือเธอรู้แค่ว่าสมาชิกวงโยธวาทิตทุกคนมีความตั้งใจ และทุกคนรักที่จะเล่นดนตรีจริงๆ และพวกเขาใช้เวลาฝึกซ้อมสำหรับการไปเนเธอร์แลนด์นนี้ มากกว่าครึ่งปี ขณะที่การซ้อมโดยปกติก็เข้มข้นและต้องฝึกฝนอย่างจริงจังมาโดยตลอด ไม่ต่างจากการเข้าค่ายที่ทำให้สมาชิกทุกคนในวง รักและผูกพันกันมากยิ่งขึ้น

“พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ก็ทำให้เรายิ่งผูกพัน ยิ่งรักกันมากขึ้น ที่นี่เหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง ยิ่งเกิดเหตุการณ์นี้ ก็ทำให้รู้ว่า เรายังสู้ไปด้วยกัน เรายิ่งผูกพันกันมากขึ้น เพราะเวลาซ้อม เราก็จะซ้อมหนักมาก ถ้ายังไม่ดี ก็ซ้อมต่อเรื่อยๆ ต้องค้างที่โรงเรียน นอนแยกหญิงชาย ตื่นมาก็เจอกันทุกวัน เราผูกพันกันเหมือนพี่น้องจริงๆ ยิ่งเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นเรายิ่งแน่ใจ ว่าเราจะฝ่าไปด้วยกัน” เด็กสาวรายนี้ ระบุ

ด้านเด็กชายคนหนึ่ง บอกว่าเขาไม่สามารถอธิบายความรู้สึกกระแสสังคมที่เกิดขึ้น เขาไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เขาตอบได้ว่าเพื่อนๆ ทุกคนในสมาชิกวงที่เดินทางไปในครั้งนี้ มีความตั้งใจจริง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจากนี้ คลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่จะส่งผลกระทบอะไรต่อวงบ้าง


“ก็ตอบไม่ได้จริงๆ ครับ ว่าอนาคตของวงเราจะเป็นยังไง”

เด็กหนุ่มผู้เป็นสมาชิกอีกรายกล่าวว่า “ทุกคนมีความตั้งใจ ในสิ่งที่ทุกคนอยากจะทำ เพราะที่นี่คือที่ที่ ให้โอกาส ทุกๆ คน ที่จะมาเล่นดนตรี ผมว่า ดนตรีไม่เคยทำร้ายใคร แต่ว่าผมไม่พูดประเด็นอื่นนะ พูดถึงแค่ความรักความผูกพัน ทุกคนที่วงนี้ เราแทบไม่ต้องพูดอะไรกันเลย เราแค่มองหน้ากันและรู้ใจแล้ว คือระดับความผูกพัน ที่แค่มองหน้า แล้วก็รู้ใจนี่ มันเป็นอะไรที่ผูกพันที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างกัน”


อ้างอิงจากเว็บไซต์   snook

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น